วันนี้ได้อ่านหนังสือสำหรับเด็กเก่าเก็บ เป็นการ์ตูนประวัติของชาลส์ ดาร์วิน นักวิทยาศาสตร์เจ้าของทฤษฎีวิวัฒนาการที่ระบุว่า ธรรมชาตินั้นมีวิวัฒนาการ สิ่งมีชีวิตใดที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้มากที่สุด ก็จะอยู่รอด โดยไม่ว่าจะปรับร่างกาย หรือวิถีทางการดำรงชีพ ในขณะเดียวกัน หากสิ่งมีชีวิตใดปรับตัวไม่ได้ ก็จะพ่ายแพ้ต่อสภาพแวดล้อม และสูญพันธุ์ไปในที่สุด อ่านจบแล้วก็นึกขึ้นมาว่า โลกเราตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปสู่วันสุดท้ายที่ใครๆชอบพูดถึง ซึ่งมันก็อาจไม่ใช่ปีหน้า หรือปีไหน อาจอีกล้านปีหรือหมื่นปี ไม่มีใครล่วงรู้ แต่ทั้งคัมภีร์ในหลายศาสนา หรือ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ต่างก็บอกว่า มันคือวันหายนะของโลก วันโลกแตก วันพิพากษา วันไฟบรรลัยกัลป์ วันอามาเกดอน หรือแม้แต่เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขยายตัวกลายเป็น”ดาวยักษ์แดง”มาแผดเผาโลกตาม วงจรอายุขัยของดาวฤกษ์ จะเป็นอย่างไรก็ตามแต่ เรากำลังไปสู่จุดที่ว่านั้น
หายนะอาจเกิดขึ้นง่ายๆกว่าที่คาดคิด โดยเป็นเพียงแค่สงครามโลกครั้งใหม่ ที่ใช้อาวุธทำลายล้างสูง นิวเคลียร์ อาวุธเคมีชีวภาพ ที่ขยายวงจนทำลายสิ่งมีชีวิตบนโลกจนสูญสิ้น ...ที่จริงแล้วอภิมหาสงครามนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้น จากความไม่สมดุลของโลกอยู่สองสิ่ง นั่นคือ จำนวนประชากรที่มากมายล้นหลาม กับจำนวนทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดและนับวันจะหมดไป ....สงครามหรือความขัดแย้งเพื่อแย่งชิงทรัพยากรเคยเกิดให้เราได้เห็นแล้ว และมันจะมีมากขึ้น รุนแรงขึ้น เมื่อประชากรเพิ่มขึ้น ทรัพยากรหมดลง ซึ่งเป็นสัจธรรมแน่แท้
เป็นธรรมดาที่สังคมจะเสื่อมลง เพราะสภาวะนี้เป็นการรักษาสมดุลย์ของธรรมชาติ ต้นเหตุจากทรัพยากรโลกที่ถูกใช้ไปอย่างสิ้นเปลืองตามจำนวนประชากรมนุษย์ที่เพิ่มมากขึ้น ธรรมชาติจึงหล่อหลอมให้สังคมมนุษย์ เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แย่งชิง ความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ...มนุษย์แต่ละบุคคลจึงมีความแตกต่างในระดับศีลธรรม การนับถือตนเอง และความเชื่อมั่นในคุณงามความดี ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นบุคคลที่มีลักษณะพฤติกรรมที่เสื่อมถอยอยู่ ทั่วไป และอาจมีมากขึ้นตามอายุขัยของโลก
จากทฤษฎีวิวัฒนาการของ ชาลส์ ดาร์วิน บอกให้เราทราบว่า มนุษย์ต้องการ "การปรับตัว" ดังนั้นผู้ที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนไปได้ดีที่สุด ย่อมเป็นผู้ที่มีความสุข(ความสุขทางใจ) มากที่สุด ...คนที่ร่ำรวยเงินทองแต่ไม่รู้จักปรับตัวกับการใช้ชีวิต ย่อมไม่พึงพอใจและเป็นสุขใจเท่ากับคนยากไร้ที่สามารถปรับตัวอยู่กับวิถีชีวิตอันแร้นแค้นได้
“การปรับตัว” อาจดูเป็นแนวคิดที่ยังเจือปนกับทางโลก มากกว่า “ความพึงพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่”ที่ดูเป็นไปในทางธรรมมากกว่า แต่ก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิควิธีการที่จะสอนให้เรา “มอง” และ “อยู่” บนโลกปัจจุบันได้อย่างเข้าใจ ซึ่งที่จริงแล้ว มันคือสัญชาติญาณการดำรงอยู่ของมนุษย์ที่เราทุกคนล้วนมีอยู่ ตามทฤษฎีวิวัฒนาการนั่นเอง.

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.
