5 มกราคม 2551

ย้อนยุค..ทีวีขาวดำ

ทุกวันนี้เครื่องรับโทรทัศน์ขาวดำหายากมาก ที่เหลือๆก็มักจะถูกนำไปดัดแปลงทำเป็นตู้ปลาซะหมด วันนี้เลยพาคุณผู้อ่านย้อนความหลังไปในยุคทีวีขาวดำจริงๆ

สมัยนั้นทีวีเค้าไม่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนตอนนี้
... เราเป็นเด็กก็จะจ้องรอเวลาทีวีเปิดสถานี... แต่บางทีก็แอบเปิดเครื่องโทรทัศน์ก่อนเวลา เผื่อว่าสถานีโทรทัศน์จะใจดี แอบฉายหนังให้ได้ชมกันก่อน ...
แต่ก็ผิดหวังทุกครั้งครับ มีภาพอย่างที่เห็นข้างล่างนี้ ไว้ให้เราชมปลอบใจ




ผู้ใหญ่บอกว่า ภาพแบบนี้ร้านซ่อมทีวีเค้าชอบ ถ้าสถานีส่งภาพแบบนี้ทั้งวัน เค้าก็จะเปิดเช็คสัญญาณเครื่องรับโทรทัศน์ที่นำมาซ่อมว่า หลอดภาพเป็นไง จอเป็นไง ภาพบิดเบี้ยวรึเปล่า ทางวิชาการ เค้าเรียกว่า Test Card ช่างเครื่องส่งโทรทัศน์เค้าไว้ใช้ประโยชน์ ปรับเช็คสัญญาณภาพขณะออกอากาศ

พี่ชลิต ลายลิขิต วิศวกรเก่าแก่ของ อสมท เคยเล่าให้ฟัง ขณะที่ผมยืนดูเครื่องส่งโทรทัศน์เก่า ของช่อง 9 ที่เก็บไว้ ณ โถงอาคารห้องส่งว่า Test Card มีอีกแบบหนึ่ง ซึ่งบางทีเรียกว่า "Indian Head" หรือ "หัวอินเดียแดง" ..ผมนึกไม่ออกหรอกครับ.. เพราะอาจจะเด็กเกินไป ไม่เคยเห็นหรือจำไม่ได้ เคยเห็นแต่แบบแรกมากกว่า เลยไปค้นหาภาพมาให้คุณผู้อ่านได้ชมกัน อย่างที่เห็นนี้ มีหัวอินเดียแดงจริงๆด้วยครับ





ก่อนจะลาจากกันวันนี้ ผมมีโลโก้ช่อง 9 ยุคขาวดำมาฝากครับ

อันนี้เป็นโลโก้ประเดิมของ ช่อง 4 บางขุนพรหม สถานีโทรทัศน์ช่องแรกของไทยกันเลยทีเดียว เก่ากว่านี้..ไม่มีแล้วครับ



ชัยนันต์ สันติวาสะ

3 มกราคม 2551

เซฟเฮ้าส์ การเมือง

....ข่าวการจัดตั้งรัฐบาลของนักการเมืองหลังการเลือกตั้ง ก็ี่เป็นกระแสต่อเนื่อง ชนิดข้ามเดือนข้ามปี

ทำให้พวกเราหลังจากทำหน้าที่หย่อนบัตรลงคะแนนแล้ว ยังต้องตามติดชนิดวันต่อวันว่า วันนี้นักการเมืองเค้าไปทานข้าวกันบ้านไหน


อาหารจะอร่อยถูกปาก หรือทานกันอิ่มปากอิ่มท้องกันทั่วหน้าบ้างหรือเปล่า? หรือมัวแต่พูดคุยหารือกันเครียด จนทำให้รสชาตอาหารพลอยจืดชืด เซ็ง..ยิ่งกว่าการรอคอยเห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่


ตัวผมเองไม่ใช่นักข่าวการเมืองกับเค้าหรอกครับ ...แต่เห็นบรรยากาศการเลือกตั้งขึ้นมาทีไร ก็อดนึกถึงสมัยวิ่งรอกทำข่าวเข้าเวรวันเสาร์อาทิตย์
ที่นักข่าวช่องเก้าต้องทำได้ทุกสาย


...เมื่อกว่า 10 ปีก่อน ตัวผมเองเคยเป็นนักข่าวสายภูมิภาค เสาร์อาทิตย์ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ ก็ต้องออกทำข่าวทุกประเภท ข่าวแต่ก่อน ก็ตั้งแต่ปล่อยแถวสายตรวจ จนถึงงานสัมมนาบนโรงแรม หรือแม้แต่ข่าวเข้าบ้านท่านบรรหาร ทานก๋วยเตี๋ยว ก่อนสัมภาษณ์ ก็แอบมีประสบการณ์เล็กๆมาบ้าง


วันนี้จะชวนคุณผู้อ่านคุยเรื่องการตั้งรัฐบาล แต่คงไม่วิเคราะห์หรือมีอินไซด์อะไรมาเล่าให้ฟังหรอกนะครับ อันนี้ต้องให้พี่ๆเพื่อนๆนักข่าวการเมืองเค้า
ส่วนผมจะมาแบบเล่าความหลังสนุกๆ พอเป็นเกร็ดทิ้งไว้บนโลกไซเบอร์...





....หลังปิดหีบเลือกตั้ง ว่ากันว่านักการเมืองเค้าต้องเก็บตัว

อันนี้ต้องบอกก่อนนะครับว่า คงเป็นเรื่องราวอดีตแบบสิบปีก่อน เพราะตอนนี้ผมก็ไม่ได้ออกไปลงสนามข่าวการเมืองกับเค้าซะแล้ว ..พี่ๆนักข่าวรุ่นก่อนบอกว่า ยิ่งในต่างจังหวัดบางทีผู้สมัครจะหายไป เจอหน้ากันอีกที ก็วันรายงานตัว สส.ที่กรุงเทพฯ นั่นเลย

เห็นว่าบางพื้นที่หากไม่ยอมเก็บตัวไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย โอกาสที่จะได้เลื่อนลำดับให้ผู้มีคะแนนถัดไปได้เป็น สส.ก็พอมีอยู่
หากเอาตัวไปขวางวิถีกระสุนของใครเค้าเข้า

ถ้าเป็นระดับแกนนำพรรคคนสำคัญในกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง ก็ต้องเข้า "เซฟเฮ้าส์" รอเจรจาพูดคุยเรื่องจัดตั้งรัฐบาล ออกมาเจอหน้ากันอีกที ก็พร้อมโควต้าเก้าอี้ แบ่งสรรกันลงตัวเรียบร้อยแล้ว

พูดถึง"เซฟเฮ้าส์"นักการเมือง นอกเหนือจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว อีกหน้าที่หนึ่งของ"เซฟเฮาส์" จึงน่าจะเป็นสถานที่ที่ใช้หลบหน้านักข่าว
จะเจรจาต่อรองอะไร หรือจะหักหลังใครจะได้ทำได้โดยสะดวก



"เซฟเฮ้าส"์
ที่เคยใช้เจรจาความการเมืองมาแล้ว ที่จำได้จากข่าว ก็เหมือนจะมีอยู่ที่บ้านแถวถนนสุโขทัยแห่งหนึ่ง แล้วก็ทาวน์เฮ้าส์ของนักการเมืองใหญ่แถบซอยราชครู...อันนี้ฟังเค้ามาเล่านะครับ
แต่ที่เคยเจอกับตัวเอง ก็คือตอนเข้าเวรวันเสาร์อาทิตย์หลังการเลือกตั้งนี่แหละครับ

พี่ บ.ก.มอบหมายให้ไปตามคุณอำนวย วีรวรรณ หัวหน้าพรรคนำไทย ก็ไปรออยู่แถวหน้าบ้าน จำได้ว่าบ้านท่านอยู่ย่านสุขุมวิท รอสักพักคุณอำนวยก็นั่งรถคันหรูออกมา บรรดานักข่าวก็กุลีกุจอขับรถตามชนิด ไม่ยอมให้พลาดสายตา ท่านคงจะไปเข้าเซฟเฮ้าส์ที่ไหนสักแห่งแหละครับ ไม่มีใครทราบได้


รถข่าวช่อง 9 ตอนนั้นใช้มิตซูบิชิ แชมป์ เครื่องพันสาม ก็เรามันทีมตระเวณนี่ครับ ไม่ใช่รถข่าวการเมืองที่ต้องวิ่งตามขบวนนายกหรือ ท่านรัฐมนตรีทั้งหลาย พอท่านอำนวยขึ้นทางด่วนปั๊บ มุ่งหน้าวิ่งออกเส้นบางนา รถข่าวแต่ละช่อง ซึ่งเป็นรถของทีมข่าวการเมือง(แท้ๆ) ก็ค่อยๆแซงรถของเราไปทีละช่องสองช่อง ไล่ไปเลย ตั้งแต่ สาม... ห้า ...เจ็ด ... สิบเอ็ด ... ตามด้วยบอกรับสมาชิก ไอบีซี และไทยสกาย ทิ้งเราไปแบบชนิดไม่เห็นฝุ่น ทั้งที่คนขับของเราเหยียบกันจนมิดแล้ว เรียกว่า สังขารไม่ให แต่ใจรัก วันนั้นผมเลยหมดสิทธิ์เห็นนักการเมืองใช้เซฟเฮ้าส์จัดตั้งรัฐบาลไปอย่างน่าเสียดาย





ว่าแต่หนนี้เซฟเฮาส์อยู่ที่ไหนล่ะ...จะเป็นที่โรงแรมนิกโก้ ฝั่งเกาลูนของฮ่องกงรึเปล่า?
หรือว่าเดี๋ยวนี้เซฟเฮ้าส์ที่เหมาะที่สุดอาจเป็นในโรงพยาบาล
ยิ่งโรงพยาบาลรัฐยิ่งดี เพราะค่าห้องถูกหน่อย ถูกกว่าห้องอาหารจีนบนโรงแรมตั้งเยอะ

...นอกจากจะถูกแล้ว ข้อดียังมี คือถึงยังไงนักข่าว

ก็คงไม่กล้าฝ่าฝืน คำสั่งคุณหมอและคุณพยาบาล


เปิดประตูห้องเข้าไป

แอบฟังว่าคนไข้กับผู้มาเยี่ยมเค้าคุยอะไรกันแน่


........
โฉมหน้ารัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ...อีกไม่นานเราก็คงทราบผลกันแล้ว....


ชัยนันต์ สันติวาสะ